โอลิวิเย่ร์ เชรูด์ กองหน้าเฟร้นช์แมนสุดหล่อ ที่ผลิตสกอร์ได้น้อย แต่ทุกทีมจำเป็นต้องมีเขาอยู่ในสนาม

ศูนย์หน้าเจ้าของฉายา “พ่อเคราดกสุดหล่อ” โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ผู้ผ่านการเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่หลายสโมสรด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 อีกด้วย แม้ปัจจุบันจะวัย 35 ปี แล้วแต่เขายังโลดแล่นอยู่ในเวทีฟุตบอลระดับท็อปของยุโรป ล่าสุดกำลังลุ้นแชมป์เซเรียอา กับต้นสังกัดเอซี มิลาน อยู่ ประวัติของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เขาเกิดในเมือง แชมเบรี่ ประเทศฝรั่งเศส โดยเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลกับทีมในหมู่บ้านอยู่ประมาณ 5 ปี ก่อนที่จะโดนทีมเกรโนเบิ้ล จับเซ็นต์สัญญาเข้าสังกัดด้วยวัยแค่ 13 ปี และได้เซ็นต์สัญญานักเตะอาชีพเมื่อตอนที่อายุได้ 21 ปี และเพียงแค่ฤดูกาลแรก โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็ฉายแววการเป็นกองหน้าชั้นดีด้วยการกดไปถึง 15 ประตูจากการลงเล่น 15 เกมในฤดูกาล 2005/2006 หลังจากนั้นชื่อเสียงการเป็นศูนย์หน้าจอมถล่มประตูของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็หอมหวานไปทั่วฝรั่งเศส มีหลายทีมจับจ้องตามจีบเพื่อดึงเขาไปร่วมทีม โดยเป็น 3 ทีมจากในประเทศอย่าง อิสเทรส (ยืมตัว), ตูรูส และ มงเปลลิเยร์ และก็เป็นทีมมงเปลลิเยร์ที่สามารถคว้าตัวชิรูด์ไปร่วมทีมได้ โดยผลงานในปีแรกกับมงเปลลิเยร์ ชิรูด์ กระหน่ำยิงไปได้ถึง 33 ประตู และด้วยผลงานการทำประตูอันร้อนแรงนี้ชื่อเสียงของชิรูด์ ไม่ได้อยู่แค่ในฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ตอนนี้ชื่อเสียงของเขาฟุ้งกระจายไปทั่วยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มียักษ์ใหญ่ในยุโรปหลายทีมให้ความสนใจในตัวของชิรูด์ ทั้งเรอัล มาดริด, ยูเวนตุส และบาเยิร์นมิวนิค แต่ทีมทีสามารถคว้าตัวชิรูด์เข้าร่วมทีมไปได้แก่ อาร์เซน่อล ภายใต้การคุมทีมของสุดยอดโค้ช อาร์แซน เวนเกอร์

ปี 2012 อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ทำการคว้าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ มาร่วมทีมด้วยค่าตัว 9.6 ล้านปอนด์ พร้อมกับสวมเสื้อเบอร์ 12 โดยเขาประเดิมเกมแรกกับทัพเดอะกันเนอร์ส ในเกมลีกเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2012 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาในเกมที่พบกับ ซันเดอร์แลนด์ และประตูแรกกับต้นสังกัดใหม่เกิดขึ้นเมื่อ 26 กันยายน ในเกมลีกคัพ ที่ถล่มเอาชนะ โคเวนทรี่ ไปได้ 6-1 หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้ยึดตำแหน่งตัวจริงมาโดยตลอด หลังจากค้าแข้งอยู่กับปืนใหญ่อาร์เซน่อล นานถึง 5 ปี โดยเขาลงเล่นไปกว่า 180 นัด ทำประตูได้ 73 ลูก คว้าแชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย ก็ถึงเวลาที่ต้องโบกมืออำลากัน เพราะในช่วงปีหลังๆ ชิรูด์ตกเป็นผู้เล่นสำรองเสียส่วนใหญ่ โดยเขาเป็นกอง

หน้าเบอร์ 3 ของทีม และในปี 2018 อาร์เซน่อล ก็ได้ดึง อเล็กซองต์ ลากาแซ็ต เข้ามาร่วมทีม ชิรูด์จึงจำเป็นต้องเก็บข้าวของออกจากทีมโดยทีมที่คว้าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ไปร่วมทีมได้แก่ คู่แข่งจากเมืองลอนดอนเหมือนกันอย่าง เซลชี คว้าตัวไปร่วมทัพในปี 2018 กับทีมสิงห์บูลส์ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ร่วมทีมตั้งแต่ปี 2018-2021 ลงสนามไป 75 นัด ทำประตูได้ 17 ลูก คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย แชมป์เอฟเอคัพ 1 สมัย และแชมป์ยูโรปาคัพ 1 สมัย หลังจากการเข้ามากุมบังเหียนของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ทำให้โอกาสในการลงสนามของ ชิรูด์ เริ่มถูกดร็อปเป็นสำรองให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยก็ในฤดูกาลนี้เนื่องจาก สิงห์บลูส์ มีการซื้อแนวรุกเข้ามาหลายรายอาทิเช่น ติโม แวร์เนอร์ และ ไค ฮาแวร์ซ นั่นเอง ทำให้เวลาของชิรูด์กับเชลซีได้หมดลงแล้ว เมื่อไม่มีตำแหน่งในสิงห์บูลส์แล้ว จึงถึงเวลาที่ชิรูด์ต้องเก็บกระเป๋าย้ายออกถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ที่ค้าแข้งมา 3 ปี โดยสถานีต่อไปของชิรูด์คือ เอซี มิลาน แห่งเวทีเซเรียอา อิตาลี

กับเวทีเซเรียอา กับต้นสังกัดเอซีมิลาน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในวัย 35 ปี เป็นตัวทีเด็ดของทีมเขายิงได้ 11 ประตู 3 แอตซิสต์ จาก 26 เกมที่มีส่วนร่วมกับเกมในทุกรายการ ถือว่าผลงานดี สำหรับกองหน้าวัย 35 ปี ที่ต้องบอกว่าการย้ายมาครั้งนี้ของเขา ไม่ได้ถูกประเมินถึงความคาดหวังที่สูงมากจากแฟนบอล แต่แล้วมาวันนี้เขาคือ ดาวซัลโวสูงสุดของทีมเรียบร้อยแล้ว และแน่นอน 1 ล้านยูโร ที่มิลานจ่ายให้กับ เชลซี ถึงตรงนี้มันตอบแทนเกินคุ้มไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ผลงานกับทีมชาติฝรั่งเศส โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับทีมชาติโดยมีส่วนสำคัญในการพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ได้ให้นิยามของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ไว้ว่า ชิรูด์นั้นมีส่วนผสมคล้ายคลึงกับ 2 ตัวรุกในทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกสมัยแรกและสมัยเดียวเมื่อปี 1998 อย่าง สเตฟาน กิวาร์ช และ คริสตอฟ ดูการ์รี โดยเฉพาะรายหลังที่มีบางอย่างคล้ายกันมาก

ชิรูด์ มีความโดดเด่นในเรื่องของลูกกลางอากาศ ตามสไตล์ศูนย์หน้าแบบ Target-man หรือกองหน้าตัวเป้าที่เกิดมาเพื่อรับบอล เก็บบอล และเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมทีมในเกมรุก โดยเฉพาะการเล่นที่เป็นประโยชน์ต่อทีม และนอกเหนือจากเรื่องของความสามารถในการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชิรูด์แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เรื่องทัศนคติ ที่น่ายกย่องเป็นอย่างมาก ชิรูด์คือตัวอย่างของนักฟุตบอลที่เล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริงโดยปราศจากคำถามใดๆ แน่นอนว่าต้องมีเรื่องของการทำประตู ซึ่งเป็น หน้าที่ในตำแหน่งของเขาโดยตรงด้วย ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ของเขา ความแข็งแกร่ง และการสัมผัสบอล รวมถึงประสบการณ์ของชิรูด์กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกมรุกของฝรั่งเศสที่กระจัดกระจายในช่วงก่อนหน้านี้กลับมารวบรวมเป็นเนื้อเดียวกันได้อีกครั้ง กล่าวกันว่า การมีโอลิวิเย่ร์ เชรูด์ อยู่ในสนามจะทำให้กองหน้าในทีมเก่งขึ้น10-20% การมีเขาอยู่จะทำให้กองหลังไม่ต้องจับจ้องไปที่เอ็มบัปเป้หรือกรีซมันน์จนเกินไป ซึ่งการดึงตัวประกบให้ออกห่างกับระยะทางเพียงแค่ 5-10 หลานั้นหมายถึงการซื้อพื้นที่และเวลาให้ 2 สตาร์เอกของทีมแสดงอิทธิฤทธิ์ในแบบที่พวกเขาถนัด

โอลิวิเย่ร์ เชรูด์ กองหน้าที่จัดอยู่หมวด underrate คือได้รับการพูดถึงชื่นชมน้อยเกินไป ทั้งๆ ที่ด้วยความสามารถในการทำประตูที่โดดเด่นแล้ว การเล่นเป็นทีม รวมถึงทัศนคติที่ดีในการเล่นบอล ทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างมาก สุดท้ายกับ ลูกยิงหางแมงป่องของเขาที่ยิงใส่คริสตัล พาเลซ เมื่อปี2017 ได้รับการคัดเลือกให้เป็นลูกยิงยอดเยี่ยมประจำปีของฟีฟ่า และด้วยความหล่อเท่ห์ระเบิดของเขา ทำให้เขาได้รับการโหวตจากผู้หญิงอเมริกันจำนวน 250 คน ในปี 2015 ให้เป็นนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่หน้าตาดีที่สุดและในปี 2012 ได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลขวัญใจชาวอีกตำแหน่งพ่วงด้วยอีกตำแหน่ง