เดโก้ มิดฟิลด์อัจฉริยะทีมชาติโปรตุเกส หัวใจบราซิล ที่โลกต้องจดจำ

ปัจจุบันถ้าถามว่าเดโก้ อดีตนักเตะทีมปอร์โต้, บาร์เซโลน่า และทีมเชลซี เป็นใคร เก่งแค่ไหน คาดว่าเด็กรุ่นใหม่หลายคนน่าจะเกาหัวนึกไม่ออก ไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร แต่ถ้าถามใหม่ว่านักเตะคนไหนหน้าเหมือนตั๊ก บริบูรณ์ที่สุด เชื่อว่าหลายคนจะร้องอ๋อ ประวัติของเดโก้ แม้ว่าเขาจะเกิดมาบนแผ่นดินบราซิล แต่สำหรับเขาแล้ว มันมีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนเป็นอุปสรรค ทำให้ ตัวเขา มักเดินเป็นเส้นขนาน กับแผ่นดินบ้านเกิดของตนเองเสมอ ชื่อเต็มเขาคือ อันแดร์สัน หลุยส์ เดอ ซูซ่า เกิดปี 1977 ใน รัฐเซา เปาโล ซึ่งเป็นบ้านเกิดของยอดนักฟุตบอลมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เปเล่ , เซ โรแบร์โต้ และรวมถึง เนย์มาร์ ก็ด้วย จริงๆในช่วงต้นปี 2003 เดโก้ เคยเติมเต็มความฝัน ด้วยการสวมเสื้อทีมชาติ และ ทำประตูชัยจากลูกฟรีคิก ให้ทีมชาติของตนเอง เอาชนะคู่แข่งมาแล้ว แต่ที่ตลกร้ายคือ ในเกมวันนั้น เดโก้ สวมเสื้อ ทีมชาติโปรตุเกส และ คู่แข่งที่เขาตะบันฟรีคิกใส่ยัดเยียดความพ่ายแพ้ในวันนั้น ก็คือ ทีมชาติบราซิล หลุยส์ ฟิโก้ เคยพูดเรื่องการโยกย้ายทีมชาติของนักฟุตบอลไว้ว่า ว่า ถ้าคุณเกิดในจีน คุณก็ต้องเล่นให้ประเทศจีน เรื่องมันแค่นั้นเอง ตรงไปตรงมา ทว่าเมื่อ เดโก้ ตัดสินใจครั้งสำคัญ ที่จะเล่นให้ ทีมชาติโปรตุเกส หลังมาใช้ชีวิต ทำอาชีพนักฟุตบอล บนแผ่นดินฝอยทอง จนได้รับสัญชาติ และการเปิดตัวในเกมทีมชาตินัดแรกในเกมกับ บราซิล วันนั้น

หลุยส์ ฟิโก้ ถึงกับต้องยอมรับการตัดสินใจของ เดโก้ ในส่วนของ เดโก้ เอาจริงๆ เบื้องลึกในหัวใจเขาคือ บราซิลเลี่ยน แต่ในอีกทางหนึ่ง โปรตุเกส ก็มองเขาเป็นดั่ง ลูกบุญธรรม ซึ่งจะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ กับผลงานบนแผ่นดินยุโรป เดโก้ค้าแข้งกับปอร์โต้ ปี 1999-2004 คว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส 3 สมัยซ้อน, แชมป์ยูฟ่าคัพ 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าของยูฟ่า จากนั้นย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่า ในปี 2004-2010 คว้าแชมป์ลาลีกกาสเปน 1 สมัย และแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ในปี 2004 ได้รับรางวัลที่ 2 ของการประกาศรางวัลบัลลง ดอร์ ด้วยโดยพ่ายต่ออังเดร เชฟเชนโก้ แต่ก็ชนะโรนัลดินโญ่ เพื่อนร่วมทีมจากนั้นย้ายมาแผ่นดินอังกฤษโดยมาอยู่กับเชลซีช่วงสั้นๆ ในปี 2008-2010 บทส่งท้ายอาชีพนักเตะ ของ เดโก้ ช่วงเวลา 4 ปีสุดท้ายในอาชีพ ที่เขาได้เติมเต็มความฝันให้ สมบูรณ์แบบแท้จริง ด้วยการย้ายออกจาก เชลซี ประกาศเลิกเล่นทีมชาติโปรตุเกส และ เดินทางกลับ บราซิล แผ่นดินบ้านเกิดแท้จริง เพื่อไปเล่นให้กับ สโมสรฟลูมิเนนเซ่ ตอนนั้นเขาอายุ 33 ปี และสิ่งที่เขาตัดสินใจลงไปนั้น เหตุผลแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน ตอนเด็กๆ ผมฝันว่าได้ลงเล่นใน สนามมาราคาน่า ผมย้ายออกจากบราซิล เร็วเกินไป และทุกวันที่ผมอยู่ในยุโรป ผมคิดถึงการกลับมาเล่นฟุตบอลในบ้านเกิดเสมอ
นั่นคือสิ่งที่ เดโก้ พูดในวันเปิดตัวกับ ฟลูมิเนนเซ่ ณ ขณะนั้น สโมสรฟลูมิเนนเซ่ ถือเป็นทีมใหญ่ทีมหนึ่ง ของ ประเทศ แต่กลับไม่สามารถชนะเลิศรายการแข่ง Brazilian Championship มาตั้งแต่ปี 1984 ตอนที่ เดโก้ ย้ายไป ทีมอยู่ใจตำแหน่งจ่าฝูง โดยลงเล่นไป 1 ใน 3 ของ ซีซั่นแล้ว และเขาก็สามารถมีส่วนร่วม ช่วยให้ทีม ได้แชมป์ Brazilian Championship ครั้งแรกในรอบ 26 ปี (แม้เกมสุดท้าย เขาจะได้รับบาดเจ็บ จนไม่มีส่วนร่วมก็ตาม)

แล้วก็แน่นอนว่า มันคือแชมป์รายการในประเทศบราซิล รายการแรกในชีวิตการเป็น นักฟุตบอล ของ เดโก้ ด้วย ในปี 2012 , การแข่งขันรายการ Campeonato Carioca (รูปแบบการแข่งขันซับซ้อนมาก อธิบายคร่าวๆ คือเป็นการแข่งขันชิงแชมป์รัฐ ริโอ เดอ จาเนโร ซึ่งมีทีมในระดับ BIG 4 ของ รัฐ ประกอบด้วย ฟลูมิเนนเซ่, ฟลาเมงโก, วาสโก และ โบตาโฟโก้) เดโก้ เล่นได้อย่างโดดเด่นในรายการดังกล่าว และมีการทำประตูสุดสวยจากระยะไกล ส่ง ฟลูมิเนนเซ่ เข้ารอบชิงแชมป์รัฐ และ เอาชนะ โบตาโฟโก้ ไปได้ในสกอร์รวม 2 นัด 5-1 นอกจากนั้น ในปี 2012 เดโก้ ยังมีส่วนร่วมกับทีม ในการกลับมาคว้าแชมป์ Brazilian Championship สมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี เบ็ดเสร็จ ช่วง 4 ฤดูกาลสุดท้ายในอาชีพการเล่น เขาคว้าแชมป์มาครองได้ 3 โทรฟี่ และเป็น 3 โทรฟี่ บนแผ่นดินบ้านเกิดแท้จริงของเขา เหนืออื่นใดก็คือ มันเป็นการพิสูจน์ตัวเอง ต่อหน้าชนชาวแซมบ้า ว่าแม้ เดโก้ จะเลือกเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส แต่ลึกๆแล้ว ตัวเขานั้น ยังมีความเป็น บราซิลเลี่ยน ไหลเวียนในร่างกาย และ จิตใจ ตลอดเวลา ถือเป็นฉากอำลาที่สุดแสนโรแมนติค ฉากหนึ่งของคนทำอาชีพนักฟุตบอลเลยก็ได้